ในวาระครบรอบ 85 ปี แห่งการก่อตั้ง กรมการศาสนา หน่วยงานที่เป็นดั่งเสาหลักในการทำนุบำรุงจิตใจของคนในชาติ ได้ประกาศก้าวย่างสำคัญที่มุ่งเน้นการสืบสานพระพุทธศาสนาให้หยั่งรากลึกและขยายผลสู่ระดับสากล
ท่ามกลางกระแสความวุ่นวายของโลกยุคปัจจุบัน กรมการศาสนาได้ยกระดับการนำหลักธรรมมาเป็นเข็มทิศในการดำเนินชีวิต โดยมุ่งหวังสร้างกระแสการปฏิบัติธรรมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกภาคส่วนของสังคม
การเดินทางตลอดระยะเวลากว่า 8 ทศวรรษที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความศรัทธาและความเพียรพยายามในการรักษาศาสนธรรม คือรากฐานที่แข็งแกร่งในการสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่า
หนึ่งในวิสัยทัศน์ที่เป็นความท้าทายสำคัญขององค์กร คือการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็น ศูนย์กลางสมาธิโลก เพื่อเปิดประตูต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้เข้ามาสัมผัสกับความสงบทางจิตวิญญาณ
การเป็นศูนย์กลางดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สถานที่ แต่คือการสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการฝึกจิตใจให้สะอาด สว่าง และสงบ อันเป็นมรดกอันล้ำค่าที่พระพุทธศาสนามอบไว้ให้แก่ชาวโลก
กรมการศาสนาได้วางแผนเดินหน้าสร้างกระแส ธรรมะ ให้เข้าถึงคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เยาวชนไปจนถึงผู้สูงวัย เพื่อให้หลักธรรมกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
ความเมตตาและการแบ่งปันคือหัวใจสำคัญที่หน่วยงานมุ่งปลูกฝัง โดยเชื่อมั่นว่าหากสังคมไทยเต็มไปด้วยผู้ที่มีจิตใจเปี่ยมด้วยธรรมะ ความสงบสุขย่อมเกิดขึ้นได้โดยง่าย
การส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาให้เข้าถึงง่ายและทันสมัย เป็นกลยุทธ์สำคัญที่กรมการศาสนาใช้เพื่อปรับภาพลักษณ์ให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าธรรมะไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือน่าเบื่อหน่าย
ด้วยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคประชาชน กรมการศาสนาเชื่อมั่นว่าการสร้างรากฐานทางจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดต่อปัญหาความขัดแย้งและวิกฤตการณ์ทางสังคม
ในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นการพัฒนาพื้นที่ทางศาสนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และปฏิบัติธรรมที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยดึงดูดผู้สนใจจากทั่วโลกให้เข้ามาศึกษาและสัมผัสประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ
การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของคนไทยทุกคนที่จะช่วยกันรักษาและสืบทอดคุณงามความดีให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย
ไม่ว่าโลกจะหมุนไปเร็วเพียงใด หลักธรรมคำสอนยังคงเป็นหลักยึดเหนี่ยวที่มั่นคงที่สุด ซึ่งกรมการศาสนาพร้อมเป็นผู้นำในการส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ให้คงอยู่สืบไป
ก้าวต่อไปในอนาคตของกรมการศาสนาจึงเต็มไปด้วยความหวังที่จะเห็นสังคมไทยเป็นแบบอย่างของการอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจและการมีจิตใจที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
นับเป็นวาระแห่งความภูมิใจที่ประเทศไทยจะได้ประกาศศักยภาพในการเป็นที่พึ่งทางใจให้กับเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย ผ่านการเป็นศูนย์กลางสมาธิและแหล่งรวมแห่งความสงบสุข