ในยามที่ท้องทะเลไทยบางแห่งดูเงียบเหงาลงไปตามกาลเวลา ที่ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา กลับมีประกายความหวังจุดติดขึ้นมาผ่านโครงการ คืนปูม้าสู่ทะเลไทย ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการปล่อยปูลงน้ำ แต่คือการพลิกฟื้นวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์อนุรักษ์เพาะฟักสัตว์น้ำเศรษฐกิจ กลุ่มพังสาย บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ เมื่อ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้เดินทางมาเป็นประธานมอบเกียรติบัตรและตราสัญลักษณ์ Local Growth Engine เพื่อเชิดชูความมุ่งมั่นของชาวบ้านที่ร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่
หัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้คือ ธนาคารปูม้า ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของชุมชนเพื่อดูแลแม่ปูม้าที่มีไข่นอกกระดอง ให้พวกมันได้วางไข่ตามธรรมชาติและฟักตัวเป็นลูกปูจำนวนมหาศาล แทนที่จะจับไปขายจนหมดสิ้น เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่เกิดจากการบูรณาการความรู้จาก นักวิจัย เข้ากับประสบการณ์ตรงของพี่น้องชาวประมง จนกลายเป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าวต้อนรับและย้ำว่า ความสำเร็จนี้เกิดจาก ภาคีเครือข่าย ที่เข้มแข็ง ทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และคนในชุมชน การลงพื้นที่ในครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการรับฟัง เสียงสะท้อน จากคนทำงานตัวจริง เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรและชาวประมงอย่างแท้จริง
Local Growth Engine จึงเปรียบเสมือนเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ที่เน้นการพึ่งพาตนเองและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยยังคงรักษาความสมดุลของธรรมชาติไว้ได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจ เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความร่วมมือ คือกุญแจดอกสำคัญที่สุด แม้การเริ่มต้นจะดูยาก แต่หากมีกลุ่มที่เข้มแข็งและเป้าหมายเดียวกัน ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล
นอกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ชาวบ้านยังได้รับ ความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อทะเลอุดมสมบูรณ์ ลูกหลานในชุมชนก็มีแหล่งอาหารและอาชีพที่มั่นคง ไม่จำเป็นต้องออกไปหางานทำไกลถึงในเมือง การขยายผล โมเดลต้นแบบ นี้ไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศจึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุน เพราะเป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริงและเห็นผลเป็นรูปธรรม
การทำเกษตรหรือการอนุรักษ์ไม่ใช่เรื่องของการสู้เพียงลำพัง แต่คือการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเติบโตไปพร้อมกับเพื่อนร่วมอาชีพ โดยมีนักวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเติมเต็มให้งานก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม ท้ายที่สุด ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน ได้ย้ำถึงการสร้าง สมดุล ระหว่างการเพิ่มผลผลิตกับการอนุรักษ์ ซึ่งเป็นบทเรียนล้ำค่าสำหรับทุกคนที่อยากเห็นชุมชนของตนเติบโตอย่างมั่นคง
เรื่องราวที่ อำเภอสทิงพระ จึงไม่ใช่เพียงข่าวความสำเร็จทั่วไป แต่มันคือตำราเล่มใหญ่ที่เขียนขึ้นจากหยาดเหงื่อและรอยยิ้มของชาวบ้าน ที่พร้อมจะส่งต่อความหวังให้กับทุกคนที่กำลังเริ่มต้นในเส้นทางสายอาชีพนี้